ของฝาก ผ้าทอพื้นเมือง แสดงผ้าซิ่นตีนตกอายุกว่า 100 ปี
ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ริมทางบนเส้นทาง อ.ลับแล-น้ำตกแม่พลู
ม่อนลับแลเป็นทั้ง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และ ร้านจำหน่ายของฝากพื้นเมือง
ซึ่งรวบรวมผ้าทอพื้นเมืองลับแลจากอดีตสู่ปัจจุบัน บ้านของฝากม่อนลับแล จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ผ้าทอพื้นเมือง อาหารและ ของฝากเอกลักษณ์เมืองลับแล ผลไม้ตามฤดูกาล และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เส้นทางวัฒนธรรมเมืองลับแล บริการนำเที่ยวตามเส้นทาง วัฒนธรรมและตำนานเมืองลับแลด้วยจักรยาน พร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ชมโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมการขนส่งผลไม้ ข้ามภูเขาด้วยลวดสลิงแห่งเดียวในประเทศไทย และอิ่มอร่อยกับทุเรียนเลิศรสพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ลางสาด ลองกอง และลางกอง ดินแดนแห่งผลไม้อันได้ชื่อว่า “ภูเขากินได้”
การเดินทาง ตั้งอยู่บนเส้นทางไปน้ำตกแม่พูล ห่างจากแยกศรีพนมมาศประมาณ 1 กิโลเมตร
ดำเนินงานเอง โดย คุณกัญญาวีร์ (จิตตรา) ศิริกาญจนารักษ์
โทร.055-431439, 081-7852477
email: monlablae_uttaradit@hotmail.com
แสดงความเป็นเจ้าของบทความ
ของฝากที่มีคุณค่า อาหารพื้นเมืองอร่อยๆ ท่ามกลางป่าเขาธรรมชาติ
บ้านเรือนไทยแบบล้านนา ริมถนน1043 สู่น้ำตกแม่พลู ห่างจาก แยกตัวอำเภอลับแล เพียง 1 กม. ก็ถึง ม่อนลับแล
ภายในแสดงการทอผ้าซิ่น หัตถกรรมพื้นบ้าน แสดงอยู่ทางด้านขวามือ
ร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่ส่วนกลาง
ร้านจำหน่ายของฝากอยู่ตรงหน้าใกล้ที่จอดรถ
ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม
มาแล้วต้องอย่างพลาด ชิมกาแฟเมืองลับแล ที่นี่
ผ้าซิ่นตีนจกเมืองลับแล
ที่นี่ รวบรวมผ้าทอพื้นเมืองลับแล จากอดีตสู่ปัจจุบัน ร้อยเรื่องราวและกรรมวิธีการผลิตผ่านชาวลับแลที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่าครึ่งชีวิต ที่นี่ทุกวัน
ภาพชาวเมืองลับแลในอดีต
มีไว้จำหน่าย...เป็นของฝากพื้นเมือง (ประจำถิ่น)
ผ้าไหมซิ่นตีนจก ในตู้ อายุกว่า 100 ปี
ผ้าซิ่นตีจกที่โชว์ในตู้กระจก มีไว้ใช้ในงานมงคล ทำจากไหมล้วน
ในยามเย็นวันที่ 14 ส.ค. 53 ผมเองได้เดินทางไป เมืองอันลี้ลับ ชื่อว่า "ลับแล" แห่งนี้
ตั้งใจจะไปถ่ายรูปสถานที่สำคัญๆของ อำเภอลับแล ตามลายแทง(รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว) ที่ผมมีอยู่ ได้ขับรถผ่าน "ม่อนลับแล"
สงสัยอยู่ในใจว่า ขายอะไร รีสอร์ทหรือเปล่า จึงตัดสินใจแวะเข้าไปสำรวจดูซะหน่อย
จึงได้ความจริงที่ปรากฏอยู่ด้านบนนี้...
เจ้าหน้าที่ต้อนรับอย่างดี...ทั้งๆ ที่ผมดูลักษณะแล้วคงไม่ได้มาช็อปปิ้งแน่
จึงได้มีโอกาสถ่ายรูปในยามค่ำคืน ที่ไม่ค่อยมีแสงพอจะได้ภาพที่ชัดเจนใดๆ
แต่ก็พยายามอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้มีโอกาสได้พบกับคุณพี่กัญญาวีรี ศิริกาญจนารักษ์ (ชื่อเดิม จิตตรา) ผมได้พูดคุยกับพี่แกอยู่บนโต๊ะอาหารพักใหญ่ ถึงความเป็นมา ทางร้าน และเมืองลับแล วิถึชีวิตผู้คนที่นี่
พี่จิตตรา เองนั่นแหล่ะเจ้าของ "ม่อนลับแล" มีบ้านอีกที่อยู่ทางไปน้ำตกแม่พลู ชื่อ "เฮือนลับแล" พี่แกเรียกได้ว่า ปราชญ์ท้องถิ่นแห่งเมืองลับแล นักอนุรักษ์ตัวยง
แนวความคิดที่สวนกระแส อย่างการตกแต่งร้าน แสดงสินค้าพื้นเมือง ล้วนใช้เงินทุนทั้งสิ้น
บนถนนหนทางที่นักท่องเที่ยวน้อยคนคงสนใจ แต่ด้วยใจรัก จึงกล้างที่จะทำ โดยไม่มีงบราชการสนับสนุนใดๆ
ทั้งๆที่พี่จิตตราก็ทราบดีว่า เมืองลับแล มีความเสียงต่ออุทกภัย ดั่งที่เคยเกิดในปี 49 แต่ก็ไม่หวั่น
ด้วยคำแนะนำ+เป็นอะไรที่ผมเองก็อยากรู้ วิถึชีวิตแบบดั้งเดิม (ดิบๆ) ไม่ปรุงแต่ง เช่นที่ว่า
เลยจากม่อนลับแลไปหน่อยทางซ้ายมือเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านใกล้ๆ เราจะพบบ้านไม้เก่าๆของชาวบ้าน กลางทุ่งนาในป่า ช่วงแดดร่มลมตกยามเย็น มีลมอ่อนๆ แสงแดดที่กำลังทำมุมพอดี คงจะถ่ายรูปสวยๆ ได้ไม่น้อย
ฟังดุแล้วชวนให้ไป...แต่เสียดายที่มาที่ลับแลได้ไม่บ่อย ด้วยระยะทางและเวลาอันจำกัดของผมเอง
ภาพนี้ถนนหน้า ม่อนลับแล
บรรยายกาศยามเย็น ทุ่งนาข้างม่อนลับแล มีให้เห็นตลาดทางที่คดเคี้ยวจนสุดทางหลวง 1043
ภาพบรรยากาศภายในร้านจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองลับแล ม่อนลับแล
วางที่นี่