เกาะสีชัง ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ธรรมชาติริมทะเล เลื่องชื่อมานาน น่านั่งสกายแล็บสำรวจรอบๆเกาะ
เกาะสีชัง เป็นเกาะขนาดใหญ่ กลางทะเลอ่าวไทยอยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กม. สิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะสีชัง คือสภาพธรรมชาติที่มีความงดงามแตกต่างไปจากเกาะอื่นใด มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์เป็นที่เลื่องลือมานาน ถนนบนเกาะเป็นถนนสายยาวทอดจากท่าเทียบเรือลดเลี้ยวไปสุดเกาะ มีความกว้างเพียงเมตรกว่า ๆ พอสำหรับรถสามล้อเครื่องวิ่งได้
เกาะสีชังมีเกาะบริวารรวม 8 เกาะ
เกาะขามใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสีชัง เกาะขามน้อย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสีชัง เกาะปรง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสีชัง เกาะร้านดอกไม้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสีชัง เกาะสัมปันยื้อ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสีชัง เกาะยายท้าว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชัง เกาะค้างคาว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชัง เกาะท้ายตาหมื่น ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชัง
เกาะสีชัง ห่างจากจังหวัดชลบุรี ประมาณ 35 กม.อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 117 กม. และห่างจากศรีราชาประมาณ 12 กม. รวมเนื้อที่ประมาณ 7.9 ตารางกิโลเมตร ประชาชนอาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสีชัง
พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา โขดหิน ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่ราบทำการเพาะปลูกได้ประมาณ 500ไร่ ไม่มีแม่น้ำลำธารแลหนองบึง บริเวณจุดสูงสุดคือบริเวณยอดเขาซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสีชังมีความสูงประมาณ 192 เมตร จากระดับน้ำทะเล
มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมานานนับร้อยปี มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติ เช่น พระราชฐานของ รัชกาลที่ 5 จุดชมวิวช่องเขาขาด ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ วัดอัษฎางคนิมิตร หาดถ้ำพัง แนวปะการังเกาะค้างคาวและเกาะท้ายหมื่น
สถานที่ท่องเทียวบนเกาะสีชัง
เก๋งจีน มีลักษณะเป็นศาลาโบราณ มีรูปมังกรและนกยูง เคยเป็นที่ประทับชั่วคราวเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส ช่องเขาขาด อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ชาวบ้านบนเกาะนิยมเรียกกันว่า หลังเกาะช่องเขาขาดนี้มีหาดทรายขาวสะอาด
ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่ อยู่บนเขาใกล้กับท่าเทววงศ์ ลักษณะเป็นรูปทรงจีนใหญ่มาก ภายในถ้ำมีเจ้าพ่อเห้งเจีย ศาลเจ้าแม่กวนอิม วิหารสังกัจจายน์ เป็นต้น
ถ้ำจักรพงษ์ ใกล้กับเก๋งจีน ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป มีปล่องสำหรับขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อมองวิวทิวทัศน์ของเกาะสีชังได้
บริเวณพระราชฐานเก่า อยู่ติดทะเลบริเวณโดยรอบร่มรื่นมาก สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระราชโอรสและพระราชธิดา เมื่อคราวเสด็จไปพักฟื้นหลังประชวรในเขตพระราชอุทยานมีบ่อน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง บ่อเหล่านี้ยังมีสภาพดีอยู่ แต่ละบ่อได้รับพระราชทานชื่ออย่างไพเราะ เช่น บ่ออัษฎางค์ บ่อพิศเพลิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวัดซื่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โปรดสร้างขึ้น 2 แห่ง คือ วัดอัษฎางค์นิมิตร มีโบสถ์และเจดีย์ในศิลปะแบบยุโรป ตั้งอยู่บริเวณสูงสุดของยอดเขา และวัดจุฑาทิศน์ราชธรรมสุภา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านภาณุรังษีทางทิศเหนือของเกาะ
เที่ยวเกาะสีชังได้ทุกฤดู
การเดินทางสะดวก
เดินทางจากกรุงเทพฯไปอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีระยะทางประมาณ 117 กิโลเมตร ลงรถที่ศรีราชา(หน้าตึกคอม) ต่อรถสองแถว หรือรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ไปยังท่าเรือเกาะลอย เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะสีชัง สำหรับท่านที่นำรถยนต์มาสามารถฝากรถไว้ที่จุดบริการรับฝากรถทั่วไป โดยการเดินทางมายังอำเภอศรีราชานั้นสามารถเดินทางได้ดังนี้
รถไฟ จากสถานีหัวลำโพง มีรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวันๆละ 1 เที่ยว
รถโดยสารประจำทาง รถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งเอกมัย โดยเที่ยวแรกออกเวลา 05.50 น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้าย 21.00 น. และออกจากสถานีขนส่งหมอชิต โดยเที่ยวแรกออกเวลา 06.30 น. ถึง 20.00 น.
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 3 เส้นทางคือ - เส้นทางสาย บางนา - ตราด ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี - เส้นทางกรุงเทพฯ - มีนบุรี ใช้ทางหลวงหมาบเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอบางปะกงเข้าสู่ชลบุรีมุ่งสู่อำเภอศรีราชา - เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เลี้ยวเข้าอำเภอศรีราชา บริเวณสวนเสือศรีราชา
การเดินทางไปเกาะสีชัง มีเรือโดยสารจากศรีราชาข้ามไปเกาะสีชังทุกวัน ขึ้นเรือที่ท่าเรือเกาะลอย อำเภอศรีราชา เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 20.00 น. ออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที ค่าโดยสาร 50 บาท ต่อคนต่อเที่ยวเรือ
การเดินทางบนเกาะสีชัง - สำหรับการเดินทางมาที่ช่องเขาขาด นั้นสามารถมาได้โดย นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างในอัตราค่าโดยสาร คนละ 15 บาท หรือ นั่งรถสามล้อในอัตรา 30 บาท นั่งได้ 5 คน - รถสามล้อนำเที่ยว รอบเกาะ นั่งได้ 5 คน รอบใหญ่ 250 บาท รอบเล็ก 150 บาท - รถมอเตอร์ไซด์เช่า วันละ 250 - 300 บาท/ วัน ( 2 วัน 1 คืน ) - รถยนต์เช่านำเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
ประตูสู่เกาะสีชัง
บรรยากาศยามเย็น ในวันที่ไม่รีบร้อน
มาแล้วต้องมาไหว้
แสดงความเป็นเจ้าของบทความ
โดยทำเลของเกาะสีชัง เปรียบเสมื่อเป็นประตูสู่อ่าวไทย จากทะเลใหญ่ เป็นการแสดงการมาถึงหรือจากไปของราชอาณาจักรสยามแต่ในอดีต
จากเกาะลอย(บนฝั่ง) เดินทางมาเกาะสีชังได้ทุกวัน ค่าตั๋วเรือ 50 บาทต่อเที่ยว (ผู้ใหญ่) เรือออกทุก 1 ชั่วโมง ตรงเวลา
จาก เกาะสีชังไป ฝั่ง(เกาะลอย) ราคา 50 บาทเท่ากัน แต่เที่ยวเรือรอบสุดท้าย คือ 18.00 น. ระวังไปไม่ทัน มิฉะนั้นต้องเหมาเรือเร็วกลับ ซึ่งหากฝนตก คลื่นทะเลสุง อาจเกิดอันตรายได้
เมื่อเรือมาถึงท่า...
เมื่อผมมาถึงฝั่ง ผมก็รีบไปหาเช่ารถเหมา...คำนวณดูเวลาและจำนวนคนแล้ว สกายแล็บน่าจะดีกว่า
500 บาท ครับ เหมาะเที่ยวรอบเกาะ + ไปท้ายเกาะ เที่ยว ปารีฮัทด้วย เดี๋ยวจะอธิบายต่อว่าอะไรคือ ปารีฮัท น่ะครับ
เจ้าสกายแล็ป...ที่ผมใช้บริการ ได้วิวและกินลมดี ลุกนั่งสบาย
ในอดีตมีพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เสด็จมาประพาสพักผ่อน และรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นมาเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับในฤดูร้อน และพระราชทานนามว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้
สองแถวหากเหมา น่าจะประมาณ 700-800 บาท
ใช้เช่ารถมอเตอร์ไซด์
ชั่วโมงละ 80 บาท ทั้งวัน 250 บาท ค้างคืน 300 บาท
ถนนบนเกาะ....ซีเมนต์อย่างดี
ผมเลือกที่จะไป ที่ ปารีฮัทก่อน
ระหว่างทาง เป็นสวนหญ้าสลับกับโขดหิน
ลมแถวนี้แรงมากๆ เพราะอยู่ท้ายเกาะหันหน้าเข้าหา ลมทะเลเต็มโดยเฉพาะช่วงเดือน สิงหาคม นี้
ถึงแล้ว ปารีฮัท
ปารีฮัท เป็นรีสอร์ทและร้านอาหาร
เดิมที่เป็นทีถ่ายทำภาพยนต์ไทย เรื่อง "ปืนใหญ่โจรสลัด" แต่ทางรีสอร์ทของรับช่วงต่อมาเปิดเป็นรีสอร์ท ขายเป็นแพ็คเก็จต่อคน 1800 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ ในวันสุดสัปดาห์หรือวันหยุด และ ราคา 1500 บาทต่อคน ในวันธรรมดา
อยู่ท้ายเกาะสีชัง วิวดีบนโขดหิน มีคลื่นทะเลชัดอยู่ด้านล่าง มีสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่ตอนกลางของส่วนที่พัก
เป็นกระท่อมไม้ไผ่ หลังคามุงจาก เน้นความเป็นส่วนตัว วิวทะเล(แบบเต็มๆ) ไม่มีชายหาด
รีสอร์ทนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
ผมไปช่วงฝนตกพอดี...น้ำในสระและทะเลดูจะขุ่นกว่าปกติไปหน่อย
อ่าวอัษฎางค์ (หาดถ้ำพัง)
เป็นอ่าวโค้ง หาดทรายขาวสวยงาม เล่นน้ำได้ เรียกได้ว่าเป็นหาดเดียวที่เล่นน้ำได้บนเกาะสีชัง ด้านเหนือเป็นแหลมจักรพงษ์ ซึ่งเป็นแหลมหินที่งดงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลาและชมพระอาทิตย์ตก
พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน
แสดงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเช่น เต่าทะเล
พลับพลาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว (ร.5)
พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ เกาะสีชังเป็นเวลานานและบ่อยครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2431-2435 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวสาธารณสถานจำนวนมาก เพื่อยังประโยชน์แก่ชาวเกาะสีชังและผู้มาเยือน เช่น เรือนพักฟื้นผู้ป่วย ประภาคาร สะพาน พนน บ่อน้ำ โรงเรียน ฯลฯ
ประภาคาร ด้านหน้าพลับพลาริมฝั่งซ้าย
พระจุฑาธุชราชฐาน
พระราชวังฤดูร้อนที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สร้างเพื่อทรงงาน ขณะแปรพระราชฐาน
ตั้งอยู่บริเวณแหลมวังทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง มีสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่ชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างงดงาม ประกอบด้วย พระที่นั่ง 4 พระองค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำ และหน้าผา ตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก
อุทยานในพระราชวัง
ฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
พระที่นั่งมันธาตุรัรตนโรชน์เป็นพระที่นั่งองค์สำคัญในพระจุฑาธุราชฐาน พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศสร้างพระที่นั่งองค์นี้ และพระราชฐานพร้อมกันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2435 การก่อสร้างได้ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส กองทหารฝรั่งเศสหมวดหนึ่ง ได้ขึ้นยึดเกาะสีชังทำให้การก่อสร้างพระที่นั่ง ต้องหยุดชะงักลง ครั้นปี พ.ศ. 2443 จึงโปรดเกล้าให้รื้อองค์พระที่นั่ง มาสร้าง ณ ข้างอ่างหยกในพระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ พระราชทานนามใหม่ว่า "พระที่นั่งวิมานเมฆ"
วัดอัษฎางคนิมิต
มีพระเจดีย์สีขาวแบบลังกาเป็นเอกลักษณ์ ใต้เจดีย์มีพระอุโบสถที่สร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูงมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบ รวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม
ดอกลั่นทม ดอกไม้ประจำเกาะสีชัง
สะพานอัษฎางค์
พระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธทรงคลายจากพระอาการประชวร ณ เกาะสีชัง ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดสะพานเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2434
วันและเวลาที่อนุญาติให้เข้าเที่ยวได้
สะพานวชิราวุธ (ช่องเขาขาด)
เขาช่องขาด
มีลักษณะเป็นช่องเขาขาดออกจากัน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม สามารถมองเห็นพระอาทิตย์จมหายลับสู่ขอบน้ำ และมีหาดซึ่งมีก้อนหินที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของลมที่พัดผ่านจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน
พลับพลารัชกาลที่ 5 โดยสามารถชมทิวทัศน์ได้รอบ เห็นทั้งเกาะ หน้าผาและทะเล
พระองค์ทรงใช้เป็นหอดูดาวด้วย
ทางขึ้นไปพลับพลา ร่มรื่นด้วยต้นลั่นทมตลอดทาง
ชมวิวบนพลับพลา
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ใครไปมา ต้องมาไหว้
บ้านเรือนของชาวบ้านใกล้ท่าเรือ
เจ้าพ่อเขาใหญ่
เป็นรูปหินที่เกิดจากธรรมชาติเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว จากจารึกภาษาจีนโบราณที่ นายอุ้งเซ็ง แซ่อึ้ง ภาษาแต้จิ๋ว หรือนายยุ่นเซิ้ง เซิ้นหวง ภาษาจีนกลาง ชาวอำเภอบุงเชียง จังหวัดไหหลำเกาะไหหลำ ประเทศจีน เป็นผู้จารึกไว้ในไม้สักเก่าแก่ราว ค.ศ.1883 ปี พ.ศ.2426 ราว 124 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เกาะสีชังซินแส ผู้สูงอายุที่มาทำหน้าที่เป็นเสมียนจีนในเทศกาลไหว้เจ้าได้แปลไว้ว่าขณะที่มาจอดทอดสมอเรืออยู่หน้าเกาะได้เห็นแสงไฟอยู่บนเขาจึงได้ปีนขึ้นไปดู พบรูปหินย้อยลักษณะเหมือนศรีษะคนตรงตามตำราจีนว่าเป็นรูปเจ้าพ่อที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ อยู่ในถ้ำในเขากลางทะเล และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีน้ำอยู่ ข้างหน้าตามที่ชาวจีนโบราณเชื่อถือว่า “เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหัศจรรย์”
ทุกครั้งที่เรือเกิดอุบัติเหตุรั่วน้ำเข้าเรือ ทุกคนก็จะบนเจ้าพ่อเขาใหญ่ ให้ช่วยเพื่อมิให้เรือต้องอัปปางกลางทะเล ปรากฎว่ามีแมงกะพรุนลอยมาปะที่รูรั่วทำให้น้ำหยุดไหลทันที่ เมื่อมาเดินทางมาถึงเกาะสีชังก็จะนำเรือเข้าเกยตื้นและทำการอุดรูรั่ว ความศักดิ์สิทธิ์นี้เองจึงทำให้ เจ้าพ่อเป็นที่นับถือของผู้คนทั่วสารทิศ โดยเฉพาะคนจีนย่านเยาวราช ทุกปีจะมีคนมาไหว้เป็นจำนวนมาก
เทพแห้งเจีย
ทางไปไหว้พระสังกัจจาย
ถ้ำฤาษี
มณฑปสีขาวด้านบนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ คือ รอยพระพุทธบาทจำลอง ต้องเดินขึ้นไป
รอยพระพุทธบาทจำลอง มีความยาวศอกเศษ ทำจากหิน อันเชิญมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียในสมัย ร.5
นอกจากนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้สักการะบูชาอีกด้วย รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่งดงามเพราะมองเห็นทิวทัศนท์ทะเลรอบเกาะสีชัง รวมทั้งเกาะขามใหญ่
พระเหลือง ที่ถ้ำจักรพงษ์
ตอนนี้เวลา 17.55 น.
ผมจำต้อง ลา เกาะสีชังแล้ว เดี๋ยวไม่ทันเรือรอบสุดท้าย 18.00 น. ตรงเวลา
อำลา เกาะสีชัง... แล้วจะมาเที่ยวใหม่
เรือน้อยใหญ่ เรียงราย ในอ่าวไทย ใกล้เกาะสีชัง
เรือขนส่งสินค้า
เรือขนสินค้า
เรือประมง
แล้วก็มาถึงเกาะลอย....ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที พอดี
หลังจากนี้ ก็ไปช๊อป ของฝาก ที่ตลาดหนองมน ซะหน่อย
http://ไปไหนดี.com/blog-history-ตลาดหนองมน
---------------------------------จบ------------------------------
วางที่นี่